สาวอาสา…ที่ไม่เก่งที่สุดในโลก (2)

ต้นไม้ต้นแรกในชีวิตที่ข้าพเจ้าปลูกด้วยความรักและศรัทธา

เริ่มวันที่สอง เวลาช่างผ่านไปช้าอย่างไม่น่าเชื่อ เริ่มทำกิจกรรมตอนเช้ายาวไปถึงแปดโมง ต้องไปเคารพธงชาติที่หน้าเสาธง แล้วก็ยืนให้แดดส่องหน้า ท่องคำปฏิญาณ ฟังคนพูดปลุกใจ พิจารณาอาหาร ตัวยืนอยู่แต่ใจล่องลอยไปคิดว่า นี่ฉันมาทำอะไรที่นี่.. กินข้าวเสร็จก็เข้าห้องประชุม วันนี้เรียนเรื่องการตัดต่อ พวกเราลงโปรแกรมกันอย่างคึกคัก พิธีกรจากทีวีบูรพามาเสริมอีก สอนจากคนที่ไม่เป็นเลยอย่างฉันให้ยกมีดไปตัดต่อได้ชัวะๆ บอกตามตรงว่าสนุกมาก แม้ไม่รู้ว่าเวลาต้องไปทำเองคนเดียวจะทำได้อย่างนี้หรือเปล่า ทึ่งพี่ทีมงานจริงๆ ที่อดทนสอนไปจนเกือบเที่ยงคืน จากนั้นจึงอนุญาตให้ผู้เบื่อแล้ว (ฉันคิดเอง) ไปนอนได้ ส่วนคนที่สนใจเพิ่มให้อยู่ต่อ..ลาล่ะค่ะ หนูขอลาเพราะสมองไม่แล่นแล้ว..ได้ข่าวว่าเลิกเกือบตีสาม…
วันที่สามตื่นเช้าทำทุกอย่างตามขั้นตอน ทำมันไป ไม่รู้ว่าเริ่มชินหรือว่าใจมันยอมรับได้เอง ผู้ร่วมประชุมออกอาการไม่ฟิตโดยพร้อมเพรียงกัน แต่วันนี้มีงานใหญ่ต้องทำ คือถ่ายวิดีโอทำสารคดีส่งจริงๆ เมื่อคืนได้รู้ว่าพวกเราต้องทำเรื่อง “จุลินทรีย์ดินระเบิด” ซึ่งได้ข้อมูลว่า มันก็คือก้อนจุลินทรีย์ที่ปั้นเป็นลูกเท่ากำมือ โยนลงน้ำเวลานำเสนอเรื่องเกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์ คงเป็นเพราะมันเร้าใจมั้ง พวกเราเลยตั้งชื่อเรื่องซะใหม่ว่า “จุลินทรีย์..ตู้ม..ปลาตื่น ฟื้นชีวิตผืนน้ำ” (เรื่องการคิดงานนี้ขอแยกไว้ต่างหากจ้า) พี่ตู่และน้องอาร์ตซึ่งเป็นที่ปรึกษาให้กลุ่มเราแวะเวียนมาวนดู ให้คำแนะนำได้เพียงเล็กน้อย ต้องปล่อยให้เราทำเองถึงจะรู้จริง ช่วงเช้าวางแผนถ่ายทำต่อจากเมื่อคืน สิ่งที่พวกเราพลาดคือ ยังไม่ได้ลงไปดูสถานที่จริง สายก็ต้องถ่ายทำกันแล้ว โชคดีที่เมื่อคืนคิดงานไว้เยอะ การทำงานวันนี้เลยไม่ลำบากนัก นอกจากพวกเราจะได้เป็นดาราหน้ากล้องจำเป็นกันแล้ว ยังต้องช่วยกันทำจุลินทรีย์ดินระเบิดกันด้วยตัวเองอีกด้วย เนื่องจากภูมิใจมากจึงขอนำเสนอวิธีทำดังนี้
ดินเลน 1 ส่วน + ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพแบบผง 1 ส่วน คลุกเคล้าให้เข้ากัน
รำละเอียด 1 ส่วน ค่อยๆ โปรยให้ทั่ว (ยังต้องคลุกเคล้าอยู่) ค่อยๆ เติมน้ำหมักสมุนไพรรสจืด ลองบีบดู ถ้าน้ำไหลออกมาแสดงว่าน้ำมากไป ถ้ายังร่วนก็เติมน้ำหมัก นี่เป็นการทำจุลินทรีย์ดินระเบิดครั้งแรกของชีวิตฉัน ได้ที่แล้วปั้นเป็นก้อน เก็บไว้มืดๆ สัก5-7 วันจึงใช้ได้
โชคดีที่มีจุลินทรีย์ดินระเบิดที่คนอื่นเตรียมไว้พร้อมใช้เหลือให้เราได้ถ่ายทำกันบ้าง เวลาเริ่มงวดเข้ามาทุกขณะ แต่พวกเรายังหัวเราะร่า การแบ่งงานกันทำไม่ค่อยได้ผลสำหรับกลุ่มเรา เพราะมักจะเฮละโลกันไปทำพร้อมๆ กันแบบสามัคคี จะคิดทำอะไรทีต้องระดมสมองกันหัวแทบแตก บ่ายสองเราถ่ายทำเสร็จย้ายกลับไปเริ่มงานตัดต่อ พวกเราปล่อยให้เพื่อนผู้พอมีประสบการณ์บ้างทำไป แต่พวกเราก็คอยไปนั่งให้ความเห็นกันทีละสามสี่คน ไม่ปล่อยให้เพื่อนอยู่คนเดียว ข้าวเย็นวันนั้นกินกันอย่างเร่งรีบ หลายคนไม่ยอมกินข้าวเพื่อเอาเวลาไปทำงานต่อ…ทีมงานจากทีวีบูรพาจะเป็นผู้ตรวจงานของพวกเราทั้งหมดโดยทุกคนต้องวางมือตอนทุ่มครึ่ง กลุ่มของเราเสร็จตอนทุ่มครึ่งพอดี พอดีกับที่ฉันจับฉลากได้นำเสนอเป็นกลุ่มแรก…อืม..มือแม่นนะเนี่ย คืนนั้นผ่านไปอย่างที่หลายคนคงลืมไม่ลง กลุ่มของฉันเสร็จอย่างฉิวเฉียดและนำเสนอได้ตรงเวลา ตรงตามคอนเซ็ปที่เราวางไว้ว่า สนุกสนานอย่างมีสาระ
เช้าวันที่สี่ สวดมนตร์ตอนเช้า นั่งสมาธิและออกกำลังกายเบาๆ เวลาเช้านี่ก็อีก ฉันตื่นมาต้องกินกาแฟ ไม่งั้นเหมือนไม่ตื่น ต่อด้วยข้าวเช้าไม่งั้นเป็นลม แต่ที่นี่กินข้าวเช้าหลังแปดโมงเคารพ
ธงชาติเสร็จ ดีว่ามีขนมปังปี๊บเป็นเสบียง ไม่งั้นคงต้องเดือดร้อนเพื่อนๆ มาช่วยปฐมพยาบาลผู้ป่วยอนาถา เป็นลมเพราะหิวข้าวแน่ๆ พอทำวิดีโอกันไปแล้วเหมือนเรียนจบแล้วอย่างไรอย่างนั้น แต่เรายังมีการเรียนถ่ายภาพนิ่งกันอีก ซึ่งบอกได้คำเดียวว่าคุ้มค่าน่ารู้มาก แม้แต่คนที่ใช้แต่กล้องปัญญาอ่อนอย่างฉันยังมั่นใจว่าจะถ่ายภาพได้สวยขึ้น เพราะคนที่มาสอนล้วนแล้วแต่เป็นช่างภาพระดับแนวหน้าล่ารางวัล ต่อด้วยการเรียนเกี่ยวกับการใช้งานคอมพิวเตอร์ แต่ที่ฉันอึ้งสุดๆ คือ กิจกรรมปล่อยเกาะ…
ตอนเย็นวันที่สี่พวกเราต้องหุงหาอาหารรับประทานกันเองภายในเวลาสองชั่วโมง สมมุติว่าพวกเราติดเกาะ มีของให้เพียงข้าวสารกับหม้อ และข้าวของอีกเล็กน้อย วันนี้กลุ่มเราใหญ่ขึ้น แบ่งกันไปหาฟืน เก็บผัก จุดไฟหุงข้าว ฉันต้องออกไปเก็บผักในป่าที่ปลูกไว้ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่ามีผักให้พวกเรากินมากมายจริงๆ แต่เกินครึ่งฉันไม่รู้จัก ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ากินได้ ฉันทำได้แค่เก็บตำลึง 5-6 ยอด ปีนรั้วไปเก็บดอกแค ช่วยเก็บมะละกอ คาดว่ามื้อนี้ถ้าอยู่คนเดียวคงอดตาย ดีที่มีเพื่อนหลายคนจึงช่วยกันประคับประคองจนรอดมาได้ กลุ่มที่ใหญ่ขึ้นโดยไม่ได้คาดหมายสอนประสบการณ์จริงว่าเราต้องเรียนรู้จากคนอื่นให้มากขึ้น นอกจากเข้าใจแล้วยังต้องยอมรับเขาอย่างที่เขาเป็นอีกด้วย สิ่งที่ไม่ได้ดังใจเราไม่ได้แปลว่าคนอื่นผิด หากแปลว่าเรามีแนวทางที่ต่างกันต่างหาก จากเย็นเป็นค่ำมืด พวกเราร่วมวงกินข้าวด้วยกันแม้ไม่มีจานช้อน แต่กระทงใบตองเล็กๆ หนึ่งใบกลับทำให้ฉันรู้สึกอิ่มได้ไม่ต่างจากจานชามสวยหรู เพื่อนยุงผู้ไม่เคยคิดว่าเราเป็นเพื่อนต่างพยายามหามเรากลับไปรังของพวกมัน เสียงตบยุงดังผสมกับเสียงปอกมะพร้าว อาจเรียกได้ว่ามันเป็นน้ำมะพร้าวร่วมสาบานก็ว่าได้ เพราะพวกเราแบ่งกันดื่มกินจนน้ำมะพร้าวไหลย้อยมาถึงคาง ธรรมชาติช่างดีอะไรอย่างนี้
เช้าวันที่สุดท้าย ฉันตื่นก่อนที่นาฬิกาจะปลุกเพราะพี่เลี้ยงมาเคาะประตูปลุกถึงหน้าห้อง ฉันตื่นขึ้นมาด้วยความหงุดหงิดใจเพราะรู้สึกว่าถูกปฏิบัติเหมือนตัวเองเป็นเด็ก ถ้าหากนัดฉันไว้ตีห้า เราก็จะได้เจอกันตีห้า ถ้าสายฉันจะยอมรับว่าเป็นความผิดของฉันเอง แต่มาปลุกก่อนที่ฉันตั้งใจจะตื่นนี่ มันทำให้รู้สึกว่าอดโมโหไม่ได้
เดิมทีฉันตั้งใจมาเจออาจารย์ยักษ์ เรียนเรื่องเน็ตนิดหน่อย แต่ตอนเช้าของวันที่สี่และห้า มีกิจกรรมปลูกป่า โดยอาจารย์ระ เริ่มสอนตั้งแต่การขุดดินว่าต้องขุดลึก 3 เท่า (สาธิตให้ดูด้วย) ขั้นตอนง่ายๆ 5 ขั้นตอนดังนี้ เตรียมดิน ปลูกต้นไม้ ห่มฟาง แห้งชาม น้ำชาม โดยมีคาถาว่า เลี้ยงดินให้ดินเลี้ยงพืช สารภาพตามตรงว่าตั้งแต่เล็กจนโต มีแต่คนบอกกับฉันว่าต้องปลูกต้นไม้เยอะๆ แต่ไม่เห็นมีใครสอนฉันหรือทำให้ฉันดูได้อย่างนี้เลย ฉันแทบจะก้มลงไปกราบเท้าอาจารย์ระด้วยความซึ้งใจ ครูคนแรกที่สอนฉันปลูกต้นไม้
มือฉันแทบไม่เคยจับจอบ วันนี้ดีใจได้ลงมือปลูกต้นไม้เอง พอเริ่มขุดดินก็มีคนมาเจ้ากี้เจ้าการบอกว่า ต้องทำอย่างนั้นต้องทำอย่างนี้ เรียกให้อารมณ์ขี้โกรธของฉันปี๊ดขึ้นมาทำหน้าที่ได้อีก เพราะฉันไม่ชอบให้ใครมาสั่ง และจะนึกต่อต้านในใจทันที แต่ถ้าบอกว่า แนะนำว่าทำอย่างนี้ดีกว่า ฉันก็จะทำตามทันทีเหมือนกัน แม้ท่าทีที่จับจอบจะยังไม่ทะมัดทแมง แต่ฉันเชื่อว่า ฉันทำได้ด้วยวิธีการของฉันเอง วันนี้ฉันปลูกต้นไม้ไปห้าต้น มีทั้งต้นส้มเสี้ยวและก้ามปู น่าแปลกใจว่ากล้าไม้ที่ปลูกลงไปในดินมันดันมางอกงามอยู่ในใจคนปลูกอย่างฉันจนเกือบรับประทานข้าวเช้าไม่ลง วิชาปลูกต้นไม้ ฉันรักวิชานี้
กิจกรรมวันสุดท้ายเน้นให้พวกเราสร้างเครือข่ายเพื่อนฝูงทางอินเตอร์เน็ต งานนี้ฉันได้เพื่อนใหม่หลายคน แม้ช่วงเวลาจะสั้น แต่งานที่ยากก็ได้สร้างวีรบุรุษให้เกิดขึ้นในใจฉันหลายคน หลังจากนี้โอกาสจะได้มาเจอกันคงยากแล้ว งานอบรมจบไปแต่ในใจฉันมันเพิ่งเริ่มต้น ก้าวแรกมันอาจจะยากแต่เราต้องกล้าที่จะก้าว

4 responses to “สาวอาสา…ที่ไม่เก่งที่สุดในโลก (2)

  1. น้ำตาร่วง ดราม่าจัง 55555

  2. สวดยวดมาก สหาย

  3. อ่านบันทึกแล้วประทับใจกับความมุ่งมั่นนะจ๊ะ เป็นกำลังใจให้ได้ประสบการณ์ที่น่าประทับใจมากๆ เลยนะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s