สาวอาสา..ที่ไม่เก่งที่สุดในโลก(1)

กลุ่มสีเขียว

กลุ่มสีเขียวจ้ะ

ฉันได้พบข่าวประกาศรับสมัคร อบรมสื่ออาสาเพื่อเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ รุ่นที่สอง ทางอินเตอร์เน็ตโดยบังเอิญ ก่อนจะถูกชวนโดยน้องที่รู้จักกันจากโลกไซเบอร์ผ่านเครือข่ายคนกินข้าวเกื้อกูลชาวนา ชื่อว่าน้องเมย์ น้องเมย์คงชวนเล่นๆ แต่ฉันกลับตอบจริงๆ ว่า “น้องไป พี่ก็ไป” เพราะฉันไม่รู้จักคนอื่น (ดูเหมือนสนิทกันมากทั้งที่เคยเจอกันครั้งเดียว) แล้วจึงลองสมัครดู เนื่องจากอยากได้ความรู้ทางด้านการทำเว็บไซด์เพิ่มขึ้น ทั้งที่ไม่รู้ว่า ใคร อะไร ที่ไหน อย่างไร แต่ฉันก็ตัดสินใจไป..
ฉันทำงานโรงพยาบาลเอกชน แค่ฉันบอกเพื่อนร่วมงานว่าขอลางานไปประชุม เขาก็ถามกันใหญ่ว่าประชุมอะไร พอรู้ว่าเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับงานที่ทำเลยแล้วยังเป็นงานอาสาสมัครอีก ก็เกิดเครื่องหมายคำถามขึ้นบนหน้าผากของหลายๆ คน แต่อย่าถามฉันเลยเพราะฉันยื่นใบสมัครไปแล้ว ลางานได้แล้วด้วย จะช้าอยู่ใย…ไปกันเลยดีกว่า ว่าแต่ว่าแน่ใจนะว่าจะไปถูกน่ะ แม่สาวนักหลงทางอันดับหนึ่ง
ฉันตื่นแต่มืดเพื่อออกเดินทาง จดแผนที่มาด้วยแต่ก็ไม่วายประหม่า เช็คดูสัมภาระที่เอาติดตัวไปไม่มาก เพราะใจคิดว่าใกล้แค่นี้อาจจะไปกลับ เนื่องฉันเป็นคนนอนยาก กลัวว่าแปลกที่จะนอนไม่หลับ ออกจากที่พักตอนเช้าตรู่ ฝนตกพรำเหมือนจะถามย้ำว่า เอ็งแน่ใจแล้วรึ
ในที่สุดฉันก็ฟันฝ่ามาจนถึง ม.ราชภัฏราชนครินทร์ (บางคล้า) โอ้โห..ไม่อยากจะบอกว่าไกลจากพัทยาตั้งร้อยกว่ากิโล ออกไปแต่เช้าข้าวก็ไม่ได้กิน พอเก็บของเสร็จยังไม่ถึงเวลาเริ่มงานฉันก็เลยกะจะไปหาอะไรกินสักหน่อย แต่เอ๊ะ..เมื่อกี้ที่ผ่านมาร้านเซเว่นร้านสุดท้ายที่เห็นมันห่างจากที่นี่สักสิบกิโลเห็นจะได้ มีคนบอกให้ไปโรงอาหารมหาลัย พอเดินไปถามพี่ยาม พี่ยามบอกว่ามันไกล ไปซื้อน้ำที่ตึกแถวหน้ามหาลัยดีกว่า อ้าว…แต่พี่ยามยังมีแก่ใจหันมาบอกว่า ไปตรงนี้แหละ ให้ยืมจักรยาน ฉันก็ยังงงๆ พี่คะ พี่ไม่กลัวจักรยานหายเหรอคะ พี่เขาฮากันทั้งกลุ่ม ฉันเลยแปลงร่างเป็นสาวมหาลัย ขี่จักรยานงกเงิ่นไปบนถนนชนบท เส้นทางไม่ไกลแต่ปัญหาคือจักรยานพี่ยามไม่ค่อยอยากจะทำงานสักเท่าไหร่ ไม่ใช่แค่เก่าแต่อุปกรณ์บางอย่างก็ใช้ไม่ได้ด้วย..เช่น เบรคเป็นต้น ทำให้ฉันต้องยิ้มแหยๆ เพราะเกือบไปทิ่มตูดรถกะบะที่เขาจอดไว้หน้าร้าน เฮ้อ…ยังไม่ทันเริ่มประชุมก็เหงื่อแตกหลังซิกแล้ว
คนเริ่มมากันแล้ว ฉันมองคนอื่นอย่างตื่นเต้น ฉันเคยแต่ประชุมวิชาการ ครั้งนี้เป็นงานพิสูจน์ใจของฉันจริงๆ แต่อย่างไรฉันก็กลับไม่รู้สึกโดดเดี่ยว ก็ฉันรู้จักเพื่อนอยู่แล้วตั้งคนหนึ่งแน่ะ
เริ่มงานเหมือนที่อื่นๆ คือมีพิธีเปิดซึ่งก็ไม่เห็นว่าจะต่างจากที่อื่นอย่างไร พิธีรับมอบผ้าพันคอซึ่งแบ่งเป็นสีตามกลุ่ม ฉันได้อยู่สีเขียว ไม่รู้ว่าบังเอิญหรือเทวดาช่วยฉันจึงได้อยู่กลุ่มเดียวกับน้องเมย์อีก มองดูบุคลิกเพื่อนคนอื่น เห็นว่าน่าจะพอถูไถไปได้ ผ้าผูกคอสีเขียวเอ๋ย จากนี้ไปฉันจะใส่เจ้าตลอดเวลาที่ประชุมแล้วนะ
เริ่มงานจริงจังเมื่อทีมงานของทีวีบูรพามาถึง ฉันได้เห็น ประสาน อิงคนันท์ ตัวเป็นๆ หลังจากเฝ้าติดตามดูงานของทีวีบูรพามาหลายปี อีกคนคือ พี่ตู่ เป็นคนเขียนบท ที่ฉันก็ปลื้มเหมือนกัน อยากรู้ว่า เขาเขียนบทให้มันโดนใจคนได้อย่างไร บางตอนของรายการเคยทำฉันน้ำตาร่วงมาแล้ว พี่มากับหมอรุจ ที่ฉันเคยเห็นทางรายการเด็กที่ชอบมาก พระอาทิตย์บ้านฉัน พระจันทร์บ้านเธอ มาถึงก็เล่าเรื่องการทำสารคดีให้ฟัง รวมทั้งฉายตัวอย่างสารคดีที่น่าประทับใจ จึงทำให้ฉันจำได้ว่า ฉันเคยดูรายการ แผ่นดินไท ที่มีคุณประสานเป็นพิธีกรแล้วก็ชื่นชอบรายการนี้มาก เขียนจดหมายไปชื่นชมเลยได้ดีวีดีรายการนี้มาสองแผ่น สารคดี..ตั้งต้นจากความสนใจ ทีมงานพยายามถ่ายทอดเรื่องราว เหมือนกับจะปั้นนักสารคดีมืออาชีพรุ่นต่อไปอย่างไรอย่างนั้น
แต่เวลาที่ฉันรอคอยยังมาไม่ถึงสักที ที่ฉันตัดสินใจสมัครมาที่นี่แม้ไม่รู้อะไรทั้งสิ้นเลย ก็เพราะอยากเจออาจารย์ยักษ์ คนที่ฉันเคยดูทางรายการปราชญ์เดินดินเมื่อหลายปีก่อน ตามมาด้วยอีกหลายรายการ ที่ยังจำได้คือ รายการกินอยู่คือ ซึ่งนำเสนอเรื่องศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง ซึ่งพอฉันรู้ว่าอยู่ใกล้แค่บ้านบึง ฉันก็บึ่งไปทันทีด้วยแรงศรัทธา แน่นอนไม่เจออาจารย์ยักษ์หรอก แหม.. ท่านงานยุ่งซะขนาดนั้น ฉันจึงตั้งใจมากว่าวันนี้ฉันต้องได้เจอปราชญ์ตัวจริงแน่นอน อยู่ที่นี่ฉันต้องปรับตัวกับการปรบมือ เข้าแถว ยืนตรง ร้องเพลงชาติ กล่าวคำปฏิญาณ ซึ่งตั้งแต่เข้าเรียนมหาลัยมาก็ไม่เคยได้ทำเลย ก่อนกินข้าวต้องพิจารณาอาหาร อารมณ์เหมือนไปเข้าค่าย ฉันดูตารางการประชุมแล้วอยากจะเป็นลม เพราะเริ่มเวลาตีห้า จบอย่างเร็วสี่ทุ่ม ว่าแล้วก็เป็นลมดีกว่า..โครม..
ตอนค่ำพวกเราต้องนั่งดูสารคดีระหว่างรอการมาถึงของอ.ยักษ์ ซึ่งแจ้งว่ากำลังติดอยู่บนถนนที่รถติดวินาศสันตะโร ฉันได้แต่ภาวนาว่าอย่าได้ผิดหวังเลย ฉันมาเพราะการนี้นะ…แล้วคำขอของฉันก็เป็นจริง อ.ยักษ์มาจนได้ตอนสามทุ่ม โอ้..แล้วมันจะเสร็จกันเมื่อไหร่ล่ะหนอ เริ่มด้วย ภัยสี่อย่างที่คุกคามมนุษย์
1 ภัยธรรมชาติ ที่นับวันจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
2 โรคระบาด โรคแปลกประหลาดทยอยกันมา ทั้งมีเชื้อและไม่มีเชื้อ
3อดอยาก/ข้าวยากหมากแพง
4สงคราม/ความขัดแย้ง
ภัยต่างๆ เหล่านี้เริ่มเกิดขึ้นนับวันยิ่งถี่และหนัก สิ่งที่อาจารย์วางแผนจะทำคือ การเตรียมความพร้อมด้านอาหารการกินให้เหลืออยู่ นอกจากนี้ยังสอนให้รู้ว่า หน้าที่ของม.ราชภัฏ คือ การทำงาน Local ให้เป็น Global และทำงานของในหลวง เดิมทีขอสารภาพว่าฉันไม่เข้าใจว่า ทำไมราชภัฏถึงเป็นมหาลัย ทั้งที่ความเก่งความเก๋าไม่น่าจะสู้เด็กที่จบจากจุฬา ธรรมศาสตร์ ฯลฯ ได้ แต่พอได้ฟังคำอธิบายถึงได้รู้ว่า ตัวฉันนี้ช่างเป็นกบในกะลาที่มีความคิดคับแคบยิ่ง
คืนแรกกว่าจะได้นอนก็เที่ยงคืนกว่า ทั้งที่ปกติฉันเป็นคนที่ต้องนอนตรงเวลาคือ ห้าทุ่ม ถ้าดึกกว่านั้นมักจะเบลอ คืนนั้นแม้จะปลื้มกับการได้พบและฟังคำสอนจากอาจารย์ที่รักศรัทธาแต่ก็บอกตามตรงว่าไม่พอใจระบบอย่างแรง นอนดึกแล้วยังสั่งให้ตื่นมาทำกิจกรรมตอนตีห้า ฉันเผลอคิดในใจว่า “จะลองตื่นสาย จะทำไม” แต่น้องเมย์ผู้กระตือรือล้นตลอดเวลาหันมาถามฉันว่า พรุ่งนี้เราตั้งปลุกตีสี่ครึ่งจะช้าไปมั้ยพี่…กรี๊ดค่ะ อยากจะกรี๊ด…แต่ก็สงบปากสงบคำไว้ได้ เรียกสติกลับมาแล้วบอกไปว่า โอเค…เอาสิ ตั้งใจมาแล้ว แค่ห้าวันฉันจะลองทำตามกฎให้เต็มที่ ลองดูว่าจะเป็นยังไง ตีสี่ครึ่งก็ได้

5 responses to “สาวอาสา..ที่ไม่เก่งที่สุดในโลก(1)

  1. บังเอิญมาเจอข่าวอบรมสื่ออาสาฯ เหมือนกัลล์ อิอิ

  2. เขียนสนุกจัง แอบขำตรงที่ไม่พอใจระบบอย่างแรง ฮ่าๆๆ ถึงว่าสิ ไม่เคยยิ้มให้ staff เรย สงสัยจะเป็นกันหลายคน พวกเรามือใหม่หัดจัด ก้อต้องให้อภัยกันนะ

  3. หน้าตาไม่ได้เป็นเครื่องชี้วัด ความดีงามของจิตใจ (คมมะ)

  4. สุดยอดมาก แต่น่าจะเล่าให้ถึงตอนจบด้วย กำลังมันเชียว

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s